1998IMdb: 5.9HD

กับผลงานกำกับของ Brian De Palma เรื่องนี้ไม่ค่อยทำเงินเท่าไหร่ แล้วคนดูอีกหลายคนก็ไม่ชอบเท่าไหร่ด้วย แต่สำหรับผม นี่แหละหนังของ De Palma ขนานแท้ และดั้งเดิม
ริก ซานโตโร่ (Nicolas Cage) นายตำรวจจอมโกงที่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์การลอบสังหารท่านวุฒิสมาชิก เขากับเพื่อนเก่า เควิน ดันน์ (Gary Sinise) ได้ร่วมมือกันสืบหาความจริง แต่ทว่า ริกได้พบเงื่อนงำสำคัญหลายอย่าง จนเขาไม่อาจจะไว้ใจใครได้อีกต่อไป
ผมว่าหนังครบเครื่องนะครับ นักแสดงก็ดี การเดินเรื่องทิ้งปมก็ดี รวมไปถึงแฟลชแบ๊คจากปากคำของพยานแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ซึ่งจุดนี้ Alfred Hitchcock เคยนำมาใช้อย่างได้ผลมาแล้วด้วย ก็เป็นการตอกย้ำความเป็นทายาท Hitchcock ของ De Palma เข้าไปอีกครับ รวมไปถึง Longtake ตอนต้นเรื่องที่กินเวลา 10 นาทีที่สะใจแฟนหนังของเขาแน่ๆ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าหนังของพี่แกจะต้องมี Longtake ใส่ลงมาเสมอๆ อยู่แล้วคับ ไอ้ฉากทำนองนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลย ถือมือไม่แม่นก็คงทำไม่ได้หรอก
้หนังมันค่อนข้างจะโอเคนะครับในสายตาผม อาจเป็นเพราะผมชอบสไตล์ของ De Palma อยู่แล้วด้วย เลยทำให้ดูหนังสนุกขึ้น เพราะรู้ว่าพี่แกจะเล่นจุดไหนแล้วต่อด้วยอะไร ดาราทั้งหลายผมว่าเลือกได้ดี Cage ดูบ้าไปกับบทดีครับ แต่บางจุดมันก็ออกจะโอเวอร์แอ๊คไปหน่อย แต่ก็ไม่เสียหายน่ะ, Sinise ก็สบายๆ กับบททำนองนี้ซึ่งไม่เคยมีปัญหาครับ เข้มและได้อารมณ์อยู่แล้ว ส่วน John Heard ที่มารับบทเป็นกิลเบิร์ต พาวเวลล์ บุคคลที่อยู่ข้างตัวท่านวุฒิตลอดเวลา พี่คนนี้ก็เล่นได้ดีครับ สมเป็นนักการเมืองจริงๆ
Carla Gugino ที่มาเป็นนางเอกของเรื่องเธอก็น่ารักดีครับ ตอนแรกก็มือความสวยเป็นหลัก แต่ต่อมาเธอก็แสดงฝีมือมากขึ้น ยิ่งตอนที่มานั่งเล่าความจริงให้ริคฟัง แล้วพบว่าริครู้จักกับคนที่เธอสงสัยว่าน่าจะเป็นวายร้ายของเรื่อง พอริคโวยวายปุ๊บเธอรีบบอกเลยว่า “ไม่ใช่ค่ะ คงไม่ใช่ ฉันอาจจำผิดก็ได้” แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลมาเป็นสายเนี่ย โคตรเก่งอ้ะคับ ทั้งน่าสงสารและดูสิ้นหวังจริงๆ เอาแค่ฉากนี้ผมว่าก็คุ้มแล้วล่ะครับ เพราะเธอแสดงได้ดีมากจริงๆ
การเดินเรื่องเฉลยปมก็ทำได้เข้าท่านะ หนังมันยาวแค่ชั่วโมงครึ่งเอง เลยไม่มีการอืดให้เห้น เดินไปเรื่อยๆ แต่หนังจะมาเสียหายหลายล้านก็ฉากจบนี่แหละ ที่ทำให้หนังด้อยลงไปมาก มันสรุปง่ายเกินไปอ้ะคับ อุตส่าห์เข้มข้นมากว่า 80 นาที ดันจบเหลวซะแบบนี้ (รู้สึกไม่ต่างจาก Wars of The Worlds ของใหม่เลยเนี่ย) ความจริงแล้วตอนจบของหนังมันมีแอ๊คชั่นน่ะครับ เล่น Effect กันกระจายเลยล่ะ แต่ตอนฉายรอบทดลองคนดูดันไม่ชอบ (ไอ้พวกบ้า) เราก็เลยต้องมาดูฉากจบแบบที่เห็นนี่แหละ (บ้าจริงๆ)
แต่ถ้าตัดฉากจบไป การเดินเรื่องมีชั้นเชิงครับ มุมกล้องก็เต็มไปด้วยลูกเล่น ดนตรีก็ให้อารมณ์ลึกลับแบลุ้นๆ ดี ตัวหนังอาจจะไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากนะครับ แต่มันได้นักแสดงที่ดี การเดินเรื่องที่ถูกจังหวะ มุมกล้องดี ดนตรีเจ๋ง มันเลยพอจะช่วยกลบเรื่องด้อยๆ ของบทและฉากจบไปได้บ้าง
ก็สรุปนะ โดยส่วนตัวผมชอบครับ แม้ตอนจบจะไม่เข้าท่าไปบ้าง แต่โดยรวมๆ ผมว่าหนังทำได้ดี ถ้าใครชอบหนังแนวสืบสวนหือชอบฝีมือของผู้กำกับ De Palma ล่ะก็ เรื่องนี้ถือว่าน่าลองอยู่ไม่ใช่น้อยครับ

แสดงความคิดเห็น